คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

I Test Drive

TASTE DRIVE ProductRange 728x90

BANNE

บันทึก

Content : Wiriya Buntesd                  
Photo    : Suzuki Officer

Pack shot 0012

Pack shot 0023 

เปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2012 สำหรับ Suzuki Swift คอมแพคคาร์สไตล์สปอร์ต ที่เคยสร้างปรากฏการณ์โกยยอดจองถล่มทลายในช่วงโครงการรถคันแรก พร้อมทยอยเปิดตัวรุ่นพิเศษอย่างต่อเนื่องชนิดเปิดกันปีต่อปี ทั้งรุ่นเขียวพิเศษ Energy Green Limited, รุ่น GLX Limited, รุ่น RX, รุ่น Sai Special edition ที่มาพร้อมสีใหม่ ม่วงมูนไลท์ ไวโอเล็ต และล่าสุดบริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ฤกษ์แนะนำ Suzuki Swift RX-ll ที่มาพร้อมรูปลักษณ์และสมรรถนะที่เหนือกว่า ด้วยนิยาม “ล้ำ...ที่สไตล์ สุด...กับทุกฟังก์ชั่น”

โดยการมาของ  Suzuki Swift RX-ll ครั้งนี้ ถือเป็นการผสมผสานความลงตัวระหว่าง Suzuki รุ่น RX และ รุ่น Sai พร้อมเคาะราคาจำหน่ายไว้ที่ 599,000 บาทคงเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้าไป คือ อารมณ์สปอร์ตกับรูปลักษณ์ที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์โคมดำแบบ HID ปรับระดับสูง-ต่ำ อัตโนมัติ พร้อมโฉบเฉี่ยวกับดีไซน์ใหม่ เสาอากาศทรง Shark Fin Antenna ตามด้วยล้อละลูมิเนียมอัลลอยสีใหม่ Gun Metallic ขนาด 16 นิ้ว พร้อมเสริมความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยระบบ Cruise Control ล็อคความเร็วได้ตามใจสั่ง และปุ่มควบคุม Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์เร่งแซงทันใจ 

ก่อนลุยไปกับสปอร์ตคอมแพคคาร์

แน่นอนว่าต้องเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ก่อนออกเดินทางไปทดลองขับรถยนต์ใหม่ สื่อมวลชนต้องได้รับการบรรยายถึงความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งเส้นทางการทดสอบ โดยครั้งนี้คุณสุชญา บานเย็น ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้เกียรติกล่าวต้อนรับสื่อมวลชนพร้อมด้วยทีมพัฒนาโปรดักซ์ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับ  Suzuki Swift RX-ll 

อย่างที่ทราบกันดี Suzuki Swift RX-ll เป็นการผสมผสานกันระหว่างรถ 2 รุ่น และแน่นอนว่าเรื่องรูปร่างหน้าตาภายนอกได้ความงามจากโฉม Sai ไปเต็ม ๆ ส่วนภายในห้องโดยสาร ถือว่ายกกระบิมาจากรุ่น RX แทบทั้งหมด อาทิ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง ปุ่ม Paddle Shift เปลี่ยนเกียร์ได้ 7 จังหวะ มาพร้อมระบบครูสคอนโทรล ตัววงพวงมาลัยหุ้มหนังเดินด้วยด้ายขาว ด้านชุดมาตรวัดรูปร่างหน้าตาเดิมไม่เปลี่ยนแปลง จะมีก็แต่สัญญาณโชว์ไฟเตือนบอกการทำงานของระบบครุยส์คอนโทรล

ว่ากันที่ระบบครุยส์คอนโทรล ตามที่รับบรีฟจากทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ หากต้องการใช้งานจริง ควรใช้ความเร็วเกิน 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป โดยคุณสามารถกดเพิ่มหรือลดความเร็วลงได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องตั้งค่า หรือ Reset ใหม่ตลอดเวลา  เพียงแค่คุณกด  + หรือ –  เพื่อเพิ่มและลดความเร็วลงด้วยตนเอง โดยการกด 1 ครั้งความเร็วจะเพิ่มหรือลดลงจากเดิม 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหากต้องการยกเลิกระบบก็ทำได้ง่าย ๆเพียงแตะเบรก หรือ กด Cancel ปิดการใช้งานระบบ Cruise Control ซึ่งแน่นอนว่าระบบดังกล่าวจะไม่ทำงานเมื่อเกียร์อยู่ในตำแหน่ง M1 หรือ M2 และในขณะใช้ความเร็วต่ำกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

20170223 103140

คุณสุชญา บานเย็น ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

20170223 103305

20170223 103852

20170223 110715

ระยอง - กรุงเทพฯ ระยะทางรวม 213 กิโลเมตร

สำหรับทริปนี้ ทีมงาน ispeedegazine.com ได้รับหน้าที่เป็นพลขับ ขับแบบยาวเหยียดยิงตรงสู่โรงแรม วี โฮเตล กรุงเทพ ในช่วงแรกรถทุกคันสตาร์ทออกจากโรงแรม เซน ทารา คิว รีสอร์ท ระยอง พร้อมมุ่งหน้าไปยังจุดหมายแรกสตาร์บัค จุดแวะพักมอเตอร์เวย์ ช่วงนี้ได้ทดลองขับทั้งในรูปแบบขบวนสลับทำความเร็วได้บ้างประปราย ความเร็วที่ใช้ส่วนใหญ่อยู่ราว ๆ 120 กม./ชม. ความเร็วรอบที่ปรากฏบนมาตรวัดอยู่ที่ไม่เกิน 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งถือว่าเป็นช่วงความเร็วรอบที่ให้ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันออกมาดี ระดับ 15-16 กม./ลิตร ทั้ง ๆ ที่มีทั้งเร่งแซงบ้าง ขับช้าตามรถท้องที่บ้าง ภาพรวมของระบบความคุมความเร็วแบบครุยส์คอนโทรล ก็ได้ลองใช้ในช่วงมอเตอร์เวย์บ้าง การใช้งานถือว่าง่ายดายตามที่ได้รับบรีฟมาในช่วงเช้า  

ส่วนอัตราเร่งแซง ที่ได้จากขุมพลังเครื่องยนต์ ขนาด 1,242 ซีซี. เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT ซึ่งพกพาพลังม้ามา 91 ตัว ที่ 6,000 รอบต่อนาที และให้แรงบิดสูงสุด 12 กก.-ม. ที่ 4,800 รอบต่อนาที โดยรวมถือว่าน่าประทับใจเหมือนเคย ไม่ต้องเค้นกันมากเหมือนรถยนต์บางยี่ห้อ ในขณะใช้ความเร็วสูงเรื่องการควบคุมพวงมาลัยแม่นยำสมตัว ที่ความเร็วระดับ 140-150 กม./ชม. ก็ยังคงให้ความมั่นใจในการควบคุมที่แม่นยำ น้ำหนักพวงมาลัยกำลังดี อาการวอกแวกมีน้อย 

มาที่ระบบช่วงล่าง บนถนนช่วงระยอง-บ้านบึง ถือเป็นบทพิสูจน์สมรรถนะช่วงล่างของ Suzuki Swift RX-ll ได้เป็นอย่างดี ทั้งขรุขระ หลุมบ่อ ขึ้น/ลงเนิน โดยรวมเมื่อเทียบกับขนาดเครื่องยนต์ ความสะดวกสบายที่ได้รับ(เบาะที่นั่งนุ่มนั่งสบาย แม้ภายในจะดูเรียบไปนิด) พร้อมอุปกรณ์มา่ตรฐานที่เพิ่มมากขึ้น ถือว่าทำให้การขับขี่ใช้งานเดินทางไกลค่อนข้างสบายๆ ไม่เหน็ดเหนื่อย หากแต่ว่าทีมงาน iSpeedEgazine อยากลองเรื่องของระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติเมื่อมีการโหลดน้ำหนักด้านหลังบ้าง แต่เนื่องจากขบวน Suzuki Swift RX-ll ทริปนี้ขับค่อนข้างเร็วและทำเวลาได้ดี  รถทั้งขบวนจึงเดินทางถึง โรงแรมวี โฮเตล กรุงเทพทั้งที่ยังไม่พลบค่ำ อดทดลองระบบไฟหน้าอัตโนมัติกันไปตามระเบียบ

Rolling shot 0009

Rolling shot 0034

Suzuki พร้อมลุยปี 60 พร้อมตั้งเป้าส่งออก 43,000 คัน และจำหน่ายในประเทศ 24,000 คัน

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยถึงการดำเนินธุรกิจในปี 2559 ที่ผ่านมา ซูซูกิถือว่าประสบความสำเร็จอีกครั้ง จากยอดจำหน่ายรถยนต์ซูซูกิอยู่ที่ 22,913 คัน คิดเป็นยอดที่สูงขึ้น 8% สามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถรวมถึง 3% เมื่อเทียบกับปี 2558 คิดเป็นอัตราส่วนแบ่งตลาดเฉพาะรถยนต์นั่งกว่า 7% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดแบบสวนกระแสของตลาดยานยนต์ ที่มียอดจำหน่ายรวม 770,000 คัน ลดลงจากปี 2558 ประมาณ 4% ทั้งนี้ ซูซูกิยังคงมองเห็นความสดใสในธุรกิจของตลาดรถยนต์อีโคคาร์ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมแนะนำ Suzuki SWIFT RX-II และตั้งเป้าหมายการจำหน่าย 24,000 คัน ในปี 2560 นี้

ทั้งนี้ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าด้านสายการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซูซูกิยังคงสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ตั้งแต่ปี 2555-2559 ซูซูกิมีการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปที่เป็นอีโคคาร์ ทั้ง รุ่น SWIFT, CELERIO และ CIAZ จำนวน 102,109 คัน และจำหน่ายภายในประเทศจำนวน 104,550 คัน และในปี 2560 ซูซูกิกำหนดเป้าหมายการจำหน่ายเพื่อส่งออกไปต่างประเทศจำนวน 43,000 คัน และจำหน่ายภายในประเทศทุกรุ่นรวมที่ 24,000 คัน 

ด้านกิจกรรมทางการตลาด ซูซูกิ มีการส่งเสริมการขายโดยให้ผู้จำหน่ายจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย Suzuki SWIFT RX-II โดยจะมีการจัดกิจกรรมที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศพร้อมกัน ในวันที่ 4-5 มีนาคม 2560 อีกทั้งซูซูกิยังคงเดินหน้าสานต่อชูกลยุทธ์ Sport Marketing เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริโภค จากการที่ซูซูกิเป็นเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งอาเซียน AFF SUZUKI Cup 2016 ครั้งที่ 5 ในปี 2559 ได้รับกระแสตอบรับที่เพิ่มขึ้นจากทั้งแฟนบอลชาวไทยและชาวต่างชาติ ในปีนี้ ซูซูกิ ร่วมกับ บริษัท สยามสปอร์ต เทเลวิชั่น จำกัด (รายการเวิลด์ซอคเกอร์แอนด์สปอร์ต) จัดแคมเปญ "เชียร์บอลไทยตะลุย แดนซามูไร Presented by Suzuki" ให้ลูกค้ารถยนต์ซูซูกิ ร่วมลุ้นโชคแพคเกจทัวร์ประเทศญี่ปุ่นพร้อมเชียร์ฟุตบอลทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย นัดบุกเยือนทีมชาติญี่ปุ่น ถึงขอบสนามไซตามะ สเตเดี้ยม ประเทศญี่ปุ่น โดยร่วมลุ้นเป็นหนึ่งในลูกค้าผู้โชคดีกับรถยนต์ซูซูกิ ได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 และสำหรับแฟนฟุตบอลที่ต้องการร่วมสนุกกับแคมเปญนี้ สามารถติดตามรายระเอียดเพิ่มได้ที่ http://www.suzuki.co.th และ รายการเวิลด์ซอคเกอร์แอนด์สปอร์ต ออกอากาศทางช่อง เอ็มคอท เอชดี เวลา 23.00-00.00 น.ในช่วงพิเศษ "เชียร์บอลไทยตะลุย แดนซามูไร Presented by Suzuki"

และในปี 2559 ที่ผ่านมา ซูซูกิมีการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับลูกค้า ภายใต้ชื่อ “Suzuki Food Truck Fest มหกรรมเมนูเด็ด ขับเคลื่อนธุรกิจเด่นทั่วไทย” ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถบรรทุกเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการต่อยอดไอเดียธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่ รวมถึงผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจเป็นของตนเอง ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ประกอบการยุคใหม่ และยังเป็นการกระตุ้นกระแส Food Truck ในประเทศไทยให้เป็นที่

รู้จักอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ที่ดีผ่านการถ่ายทอดจากกิจกรรมดังกล่าว โดยในปี 2560 นี้ ซูซูกิมีแผนสานต่อกิจกรรมเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจ Food Truck ได้เข้ามาศึกษาอย่างละเอียดทุกขั้นตอน เพียงเดินเข้ามาพร้อมความฝัน ซูซูกิสามารถสร้างสรรค์ธุรกิจ Food Truck ในอุดมคติของคุณให้กลายเป็นจริงด้วยการบริการที่ครบวงจรตั้งแต่การออกแบบและการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ พร้อมออกขับเคลื่อนสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความมั่นใจที่เหนือกว่ากับผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิทั้ง 104 แห่งที่ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในปี 2559 ที่ผ่านมา ซูซูกิ สามารถขึ้นครองลำดับ 4 ของการให้บริการงานขายที่สร้างความพึงพอใจโดยรวมสูงสุดในกลุ่มรถยนต์แบรนด์ยอดนิยม ในประเทศไทยปี 2559 ด้วยคะแนน 813 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 1,000 คะแนน) จากผลจัดอันดับจากการศึกษาวิจัย SSI ในประเทศไทย ประจำปี 2559 โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ (J.D. Power 2016 Thailand Sales Satisfaction Index (SSI) StudySM) การเพิ่มค่าความพึงพอใจของลูกค้าได้ถูกนำมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรและผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารงานด้านการดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ ซูซูกิ มีความตระหนักว่าการสร้างความพึงพอใจให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เน้นด้านบริการงานขาย และการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการขยายศูนย์บริการให้ครอบคลุม ปัจจุบัน ซูซูกิมีโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานจำนวน 103 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนเพิ่มเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเป็น 120 แห่ง ภายในปี 2560 ทั้งนี้ ซูซูกิ จะนำเสนอสินค้า ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่ยังคงรวมถึงการบริการต่างๆ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่จิตใจของลูกค้าเป็นสำคัญ เพื่อทำให้ลูกค้ามีมุมมองที่ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับคุณค่าของตัวสินค้าและทำให้ลูกค้าเชื่อว่าได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเมื่อเป็นลูกค้ารถยนต์ซูซูกิ”

IMG 4126

:นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

Rolling shot 0037

Pack shot 0017

Interior 0001

Engine 0001