คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

I Test Drive

CX3 1006         

20151119 100657 1448296405100 1

 

          เปิดตัวอย่างเป็นทางการได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ สำหรับรถยนต์ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์อเนกประสงค์ ออล-นิว มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 สกายแอคทีฟใหม่ “ALL NEW MAZDA CX-3” FREESTYLE CROSSOVER ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “SEE THE WORLD IN NEW ANGLE” มองโลกมุมใหม่...อิสระไร้ขีดจำกัด ล่าสุดบริษัท มาสด้าเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ฤกษ์ชวนสื่อมวลชนสายยานยนต์นับ 100 ชีวิตบินลัดฟ้าไปลองของใหม่ยังแลนด์มาร์คสำคัญ จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ยอดดอยอินทนนท์ เพื่อพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ของเจ้าเปี๊ยกใจใหญ่ 2.0L คันนี้..ว่าจะแน่สักแค่ไหน!?!

          และก่อนจะลองของใหม่กัน แน่นอนว่าต้องมีช่วงพิธีการเหมือนเช่นเคย โดยครั้งนี้สื่อมวลชนได้รับเกียรติจาก มร.ฮิเดสึเกะ ทาเกสึเอะ ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวต้อนรับพร้อมแนะนำถึงความน่าหลงใหลของ ALL NEW MAZDA CX-3 FREESTYLE CROSSOVER ตามด้วยการแนะนำรายละเอียดความน่าสนใจของตัวรถที่จะทดลองขับกันในครั้งนี้โดยหัวหน้าทีมวิศวกร เรียกได้ว่าข้อมูลอัดแน่นจัดเต็มตั้งแต่หัวจรดท้าย เริ่มต้นจาก..

          มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 สกายแอคทีฟใหม่ “ALL NEW MAZDA CX-3” FREESTYLE CROSSOVER นับเป็นรถสกายแอคทีฟโมเดลที่ 4 ที่มาสด้าแนะนำสู่ตลาดประเทศไทย หลังจากส่ง Mazda CX-5, Mazda3 และ Mazda2 ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่ล่าสุดและธีมการออกแบบของรถมาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ โคโดะ ดีไซน์ และเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มาสด้าได้นำเอา 2 เครื่องยนต์ทรงพลัง ที่ว่ากันว่าให้สมรรถนะดีที่สุดในรถระดับคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่มีอยู่ในตลาด ทั้งเครื่องยนต์สะอาดคลีนดีเซล ขนาด 1500 ซีซี. ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และเครื่องยนต์เบนซินพลังแรง ขนาด 2000 ซีซี. ประหยัดน้ำมันสูงสุด 16.4 กิโลเมตรต่อลิตร โดยการลองของในครั้งนี้ มาสด้าพารุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรมาให้ลองแก้คันไม้คันมือกันไปก่อนถึง 14 คัน โดยใน 14 คันนี้จะมีรุ่นท็อป ออฟชั่นครบมากถึง 11 คัน (รุ่น SP ราคา 1,045,000 บาท) นอกจากนั้นก็จะเป็นรุ่นล่าง E ราคา 835,000 บาท, รุ่น C ราคา 910,000 บาท และ รุ่น S ราคา 975,000 บาทคละกันไป ส่วนเรื่องของความต่าง สังเกตุได้ง่าย ๆ ชัดๆ จากขนาดของล้อและยางรุ่นล่าง E และ  C จะใช้ขนาดล้อและยาง 215/60 R16 ส่วนรุ่นกลางและรุ่นท็อป S และ SP ใช้ขนาดล้อและยาง 215/50 R18 

■  ลองของในเมืองใหญ่ 

          ช่วงลองของในเมืองจากถนนช้างคลานวิ่งวน 1 รอบใหญ่ ไปยังถนนวัวลายแล้วจึงออกไปตั้งหลักบนถนนใหญ่ ผ่านเซ็นทรัล แอร์พอร์ต เพื่อออกนอกเมืองไปยัง อ.จอมทอง ช่วงนี้สื่อมวลชนที่โดยสารมาในรถ ALL NEW MAZDA CX-3 หมายเลข 14 รุ่น E ประกอบด้วย หนุ่มใหญ่จากเว็บ autofreestyle.com / สาวร่างบึ๊กจาก ispeedegazine.com และสาวร่างเล็กจาก นสพ.ไทยโพสต์ มีโอกาสได้พิจารณาถึงการออกแบบตัวรถ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นของพี่เปี๊ยกคันนี้ ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างามมาพร้อมธีมการออกแบบของรถในเจเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้ “โคโดะ ดีไซน์” SOUL of MOTION หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงามในรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุดจากสายการผลิตในประเทศไทย  ..ในข้อนี้บอกตามตรงว่า ALL NEW MAZDA CX-3 ก็เหมือนๆ กัน Mazda3 ย่อส่วน หรือ Mazda2 ขยายร่าง เรียกว่าโทนการออกแบบมาทางเดียวกันหมด แน่นอนว่ากลิ่นอายความสปอร์ตจากเส้นสายโดยรวมเก็บมาได้ครบ แค่ยืนมองภาพลักษณ์ภายนอกโดยที่รถไม่ต้องขยับก็สัมผัสได้ถึงฟิลลิ่งสปอร์ต ข้าน้อยขอคาราวะวิศวกรผู้ออกแบบรถยนต์เจนนี้จริงๆ

ส่วนภายในห้องโดยสาร เมื่อมองภาพรวมต้องยกนิ้วให้กับความประณีตเข้าขั้นรถยุโรป ท่านั่งของทั้งผู้ขับและผู้โดยสารตอนหน้าได้ฟิลลิ่งสปอร์ตสมใจนึก การออกแบบค็อกพิทโดยรวมดูเหมาะเจาะ ตามที่ได้มีการพูดคุยกับทีมวิศวกรทีมนี้ หลายท่านตอบตรงกันว่ามาสด้าค่อนข้างใส่ใจผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้ามากกว่าตอนหลัง สังเกตุได้จากเบาะที่นั่งตอนหลังรวมถึงเฮดรูมและเลครูม มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด จนทำให้รู้สึกเหมือนจะคับแคบไปสักนิด กระจกประตูบานหลังก็ดีไซน์ให้เล็กลง เพราะโดยรวมไม่ได้หวังผลให้สปอร์ตครอสโอเวอร์ตัวเปี๊ยกคันนี้รับใช้เจ้านายมากมายเกิน 2 คน จึงออกแบบให้ห้องโดยสารดูกระทัดรัด ตอบโจทก์ลูกค้ากลุ่ม “YUCCIES” หรือ Young Urban Creatives ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ตามที่มีการแถลงข่าวไว้ก่อนหน้า คือ กลุ่มลูกค้าที่มีทัศนคติการคิดแบบนอกกรอบ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร และมีความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มครอบครัวแต่อย่างใด

นอกจากนี้การออกแบบให้เบาะนั่งผู้ขับขี่ยกสูงขึ้นเล็กน้อย ก็มีผลให้สามารถมองได้ว่าทีมวิศวกรต้องการให้ผู้ขับนั่งสบายขึ้นแม้ในยามเดินทางไกล แถมให้ทัศน์วิสัยการขับขี่ที่ชัดเจนขึ้น (แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบโพซิชั่นท่านั่งแบบเตี้ยๆ ติดพื้นมากกว่านี้ ได้ฟิลลิ่งสปอร์ตกว่านะ) เรื่องการตกแต่งภายในสไตล์สปอร์ตด้วยการเดินฝีเย็บตะเข็บด้ายแดง ทั้งเบาะนั่ง แผงข้างและคอนโซลกลางหุ้มใช้โทนสีดำตัดแดง เมื่อนำมาประกอบกับชุดคอนโซลกลางมีจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว หรือ Center Display ลิงค์กับระบบสั่งการ MZD Connect  เทคโนโลยีที่ให้ทั้งความบันเทิงและสามารถสื่อสารผ่านทางโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ซึ่งยังเรียกดูข้อมูลผ่านระบบสั่งการด้วยเสียง Voice Recognition หลังตำแหน่งเกียร์ของระบบ Center Commander ที่ใช้งานง่ายเพียงหมุนหาเมนูที่ต้องการซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตาเนื่องจากจะแสดงผลไปยัง Center Display ทั้งหมดทั้งมวลยิ่งทำให้รถคันนี้ขยับเข้าใกล้ความเป็นรถยุโรปมากขึ้นทุกที จนคลับคลายคลับคลาว่าจะเคยเห็นรถยุโรปบางยี่ห้อมีดีไซน์คอนโซลกลางที่สวยงามหรูหราใกล้เคียงกับ ALL NEW MAZDA CX-3

CX3 1002

CX3 1030

■  เบ่งพลังบนดอยสูง

         เผลอเพียงแว่บเดียวก็ถึงช่วงทางขึ้นดอยอินทนนท์ ถึงเวลาสนุกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G ขนาด 2,000 ซีซี. แรงม้าสูงสุด 156 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 204 นิวตัน-เมตร ผ่านระบบส่งกำลัง SKYACTIV-DRIVE เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ 6 สปีด ในเรื่องพละกำลังในการไต่ระดับความสูง ต้องยอมรับว่ามีพลังเหลือเฟือ ไม่ต้องเค้นต้องเฆี่ยนให้เหนื่อยแรง ช่วงทางลาดชันสุดๆ ก่อนถึงจุดสูงสุดบนดอย ช่วงนั้นเน้นปรับใช้เกียร์ตามความเหมาะสมในแบบแมนนวลโหมดเพื่อการให้กำลังส่งของเครื่องยนต์ดึต่อเนื่อง ขับสบายขึ้นไม่ต้องทนฟังเสียงเครื่องคราง ส่วนการบังคับควบคุมมั่นใจได้ กับ SKYACTIV-CHASSIS ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ที่ให้ความรู้สึกในการขับที่เกาะถนนมั่นคงจริงจัง ไม่ต้องแต่งพวงมาลัยมากก็ขับสนุกในโค้งลึก โค้งบางได้ตามใจสั่ง ระหว่างนั้นโปรดนึกถึงภาพทางคดเคี้ยวผสมลาดชันช่วงขาขึ้นดอยไปพรางๆ ด้วยนะคะ ส่วนเรื่องการเก็บเสียงภายในห้องโดยสารรวมถึงความนุ่มนวลของระบบช่วงล่างเรื่องนี้..ไม่ต้องพูดถึง ของเค้าดีจริงสมราคา!!! แม้จะลองเข้าโค้งที่ย่านความเร็วระดับ. 80-100  กม./ชม.ช่วงลงจากดอยอินทนนท์ แน่นอนว่าขาขึ้นรถอาจจะใช้ความเร็วไม่สูงนัก อาการโคลงหรือโยนตัวของ ALL NEW MAZDA CX-3 ถือว่าน้อยมากขับสบาย แต่ในใจลึกๆ แอบคิดว่าช่วงขาลงดอย อาจจะมีอาการโยนตัวให้พบเห็น ถึงกระทั่งสร้างความวิงเวียน แบบเมาโค้งกันเลยทีเดียว..และเมื่อถึงเวลาทดลองนั่งช่วงขาลงดอย อาการที่แอบคิดไว้กลับไม่ปรากฏ อาการโยนตัวเมื่อเข้าโค้งหนักๆ มีน้อยมาก แรงเหวี่ยงที่ส่งผลต่อผู้โดยสารมีน้อยกว่าที่คิด ทำให้ 2 สาวจากทีมงาน ispeedegazine.com และนสพ.ไทยโพสต์ นั่งสบายเพราะรถอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดีอย่างต่อเนื่อง

          ด้านเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอย่างระบบ  i-ACTIVSENSE เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงของมาสด้าที่พัฒนาขึ้นตามปรัชญาความปลอดภัยของมาสด้า นั่นคือ Mazda Proactive Safety ที่แสดงถึงหลักความคิดของมาสด้าต่อความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับได้รับรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า ช่วยให้ตัดสินใจได้ถูกต้อง เทคโนโลยีเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ โดยระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันขั้นสูงเหล่านี้นับเป็นครั้งแรกในกลุ่มรถคอมแพ็คครอสโอเวอร์ที่ได้รับการติดตั้งมาอย่างครบครันใน ALL NEW MAZDA CX-3 (เฉพาะรุ่นท็อปสุด) อาทิระบบ  ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน จะมีภาพสัญลักษณ์สีส้มๆ ปรากฏที่บริเวณมุมบนกระจกมองข้าง, ระบบ HBC (High Beam Control) ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ ระบบนี้ยังไม่ได้ลองใช้เพราะระหว่างทดสอบเป็นช่วงเวลากลางวันเท่านั้น, ระบบ LDWS (Lane Departure Warning System) ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนที่ความเร็วเกิน 65 กม./ชม. ระบบนี้ถือว่าเป็นระบบเรียกสติกลับมาได้อย่างทันท่วงที โดยจะมีเสียงดังครืดๆ ที่ลำโพงซ้ายหรือขวา หากเผลอเบี่ยงเลนออกไปทั้งแบบมีหรือไม่มีสติ ทั้งนี้สามารถตั้งระบบให้ทำงานเตือนหรือไม่ก็ย่อมได้  , ระบบ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง และปิดท้ายด้วยระบบ SCBS (Smart City Brake Support) ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ 

          หลังจากลองของกันไปเป็นที่เรียบร้อย ผลสรุปจากระยะทางรวม 231 กม.สิ่งที่ได้กลับมา คือ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบใช้งานจริงทั้งในเมืองและนอกเมือง ผ่านการประมวลผลจากสมองกลระบุว่า ALL NEW MAZDA CX-3 มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 8.7L/100 Km. หรือราว 11.494 กม./ลิตร จากที่วิศวกรเคลมไว้ที่ 16.4 กม./ลิตร คงจะไม่ไกลเกินเอื้อมสำหรับผู้ที่ต้องการปั้นตัวเลขประหยัดน้ำมันสวยๆ จากรถยนต์คอมแพ็คครอสโอเวอร์คันนี้ และตบท้ายกันอีกนิดกับยอดจำหน่ายตามที่ตั้งเป้าไว้ที่ 6,000 คันต่อปี ขณะนี้เป็นที่ยืนยันชัดเจนแล้วว่า เพียงแค่สัปดาห์เศษหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ยอดจอง  ALL NEW MAZDA CX-3 ใกล้จะทะลุ 2,000 คันแล้ว ล่าสุดทีมการตลาดประกาศพร้อมส่งมอบรถ CX-3 ขุมพลังดีเซลทันทีช่วงเดือนมกราคม 2559 ส่วนกำลังการผลิตในรุ่นเบนซิน 2.0 ลิตร ปัจจุบันเริ่มผลิตตั้งแต่เดือนตุลาคม ขณะนี้สามารถผลิตได้มากกว่า 1,300 คันคาดว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อการส่งมอบรถแน่นอน..ใจชื้นขึ้นมั้ยคะ แฟนๆ มาสด้าจ๋า!!!!

DSC 7118

 20151119 143950 1448296405529 3

 1448296752853 1448296800468 2

CX3 1052