คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

I Test Drive

Ford Everest on location 025 1438101575589 1

Ford Everest drive 005 1438093201312 3

กลับมาลุยตลาดรถเอนกประสงค์ได้อย่างสมภาคภูมิจริง ๆ สำหรับการแนะนำ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่ ในตำแหน่งเรือธงลำล่าสุด ที่มาพร้อมจุดขายสำคัญ ทั้งในด้านรูปร่างหน้าตา ความล้ำหน้าด้านเทคโนโลยี ประกอบกับการออกแบบโครงสร้างแบบบอดี้ออนเฟรม ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ พร้อมระบบTerrain Management ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ข้ามผ่านได้ในทุกอุปสรรค และทำงานสอดประสานกับระบบช่วงล่างแบบคอยล์สปริงหน้า-หลัง พร้อมวัตต์ลิงค์ ที่ช่วยให้ทุกเส้นทางการขับขี่ราบรื่นนุ่มนวลและยึดเกาะถนนได้ดี

อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการเชื่อมต่อสื่อสาร อำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ ในระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 2 ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด พร้อมระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องจอด ตามด้วยการออกแบบเบาะนั่งแถวที่ 3 แบบพับเรียบด้วยระบบไฟฟ้า และประตูท้ายรถเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า..คุณคิดว่าสิ่งที่กล่าวไปทั้งหมดต้องบรรจุไว้ในรถยนต์เอนกประสงค์ราคาเท่าไหร่?!?

ฟอร์ด ประเทศไทย ได้รวบรวมทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาไว้ใน เอเวอร์เรส ใหม่ (รุ่นท็อป) พร้อมเสนอทางเลือกให้กับคนที่หลงรักการเดินทางทั้งในแบบ ออนโรด และออฟโรด โดยแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อย คือ

2.2 L Titanium 2WD ราคา 1.269 ล้านบาท  ● เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2,200 ซีซี VG Turbo 160 แรงม้า แรงบิด 39.23 กก.-ม.

3.2 L Titanium 4WD ราคา 1.459 ล้านบาท ● เครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ VG Turbo 3,200 ซีซี 200 แรงม้า แรงบิด 47.89 กก.-ม.

3.2 L Titanium+4WD ราคา 1.599 ล้านบาท ● เครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ VG Turbo 3,200 ซีซี 200 แรงม้า แรงบิด 47.89 กก.-ม. FULL OPTION

การทดสอบช่วงเช้า

สำหรับการทดลองขับในครั้งนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย เลือกทำเลเทสรถที่คุ้นเคย นั่นคือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่ามีเส้นทางที่หลากหลายครบรสทุกรูปแบบการเดินทาง ทั้งแบบออนโรดและแบบออฟโรด ซึ่งทีมงาน ispeedegazine ก็ได้มีโอกาสทดลองขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ในรุ่นล่างสุด 2.2 L Titanium 2WD เริ่มออกเดินทางจาก โรงแรมเลอ เมอริเดียน รีสอร์ท เชียงราย ไปยังจุดพักแรก เทศบาลตำบลดอยฮาง ระยะทาง 33.6 กม. โดยเดี่ยวมือหนึ่งจาก motortrivia.com รับหน้าที่เป็นไม้แรก ช่วงนี้เส้นทางค่อนข้างแคบสลับคดเคี้ยว ทำความเร็วได้ต่ำ จุดประสงค์ของด่านแรก คือต้องการโชว์ประสิทธิภาพความแม่นยำของระบบพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้าแปรผัน ขณะใช้ความเร็วต่ำพวงมาลัยจะเบาแรง ไม่ต้องออกแรงสาวมากเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ หากเพิ่มความเร็วขึ้นตามลำดับ ขณะเข้าโค้งที่ความเร็วระดับ 80-90 กม./ชม. พวงมาลัยจะมีการแปรผันผ่อนแรงตามความเร็วรถ การควบคุมพวงมาลัยจึงค่อนข้างง่าย ไม่ต้องคอยชกคอยแต่งหรือคอยประคองให้เหนื่อยแรง ไม่ว่าจะโค้งหนักหรือเบา เอเวอร์เรสใหม่ ก็พาไปได้อย่างเฉียบคมมั่นใจ

หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของทีมงาน ispeedegazine รับช่วงต่อจากเทศบาลตำบลดอยฮาง มุ่งหน้าไปคะเนรี เนเชอรัล รีสอร์ท ระยะทางราว 21.2 กม.เส้นทางช่วงนี้เริ่มมีจังหวะให้ทำความเร็วได้บ้าง มีทั้งทางลูกรัง ทางเรียบ สลับทางขรุขระ การทดสอบช่วงนี้ เอเวอร์เรส อวดประสิทธิภาพด้านการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ความนุ่มนวลของทั้งระบบช่วงล่าง และการเปลี่ยนของจังหวะเกียร์ทั้ง 6 สปีดในโหมดปกติได้อย่างยอดเยึ่ยม แม้ตัวรถจะใหญ่โตบึกบึน แต่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน ขนาด 2,200 ซีซี 160 แรงม้า แรงบิด 39.23 กก.-ม. ก็ยังคงให้อัตราเร่งที่ดี ทันอกทันใจ แถมจังหวะเปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้งช่างนิ่มนวลไร้รอยต่อทอเต็มผืน..ไม่ช่ายยยยย

เมื่อนำความรู้สึกดี ๆ เหล่านี้มาประกอบกับความรู้สึกที่มีต่อระบบช่วงล่างแบบคอยล์สปริงหน้า-หลัง พร้อมวัตต์ลิงค์ที่เพลาหลัง ทั้งหมดส่งผลให้พี่ยักษ์คันนี้นั่งสบาย ควบคุมง่าย ยึดเกาะถนนดี อาการโคลงตัวของรถน้อยมาก เข้าโค้งสนุกมั่นใจ ขับทางขรุขระผ่านคอสะพานช่วงรอยต่อพื้นถนนแล้วไม่จุกเสียดแน่นท้อง  ระยะยืดยุบของตัวรถให้สโต๊คดีไม่มีอาการบัมพ์ขึ้น-ลง ให้ความรู้สึกประทับใจจริงจังในจุดนี้

จบการทดลองขับในช่วงแรกบนเส้นทางออนโรดแบบเบาะ ๆ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่ รุ่น 2.2L ใช้ความเร็วเฉลี่ยที่ใช้ราว 30 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองยึดตามมาตรวัดสวย ๆ ณ จุดนี้อยู่ที่ 11.0 กม./ลิตร

Ford Everest on location 019 1438101507476 5

Ford Everest drive 022 1438093200018 1

การทดสอบช่วงบ่าย

หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้วเสร็จ ก็ได้เวลาลุยต่อ แต่ก่อนจะพากันไปเปื้อนเปรอะ ก็ต้องสลับสับเปลี่ยนรถเพื่อความเหมาะสมจากช่วงเช้าควบรุ่นขับ 2 รุ่นล่างสุด เปลี่ยนไปเจอะกับรุ่นท็อป 3.2 L Titanium+4WD เรื่องออฟชั่นขอบอกว่าครบจนล้น มีเวลาแค่วันสองวันรับรองว่าหัดเรียน หัดเล่น ฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่เอเวอร์เรส ใหม่ให้มาเยอะอย่างบ้าคลั่งได้ไม่ครบแน่นอน

ในช่วงการทดสอบนี้ มีผู้ขับขี่รวม 3 ท่าน ซึ่งในแต่ละจุดจะมีการเปลี่ยนผู้ขับเพื่อทดลองระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ ที่ให้มาในเอเวอร์เรส ใหม่ ..ขอว่ากันแบบเบา ๆ ที่จุดแรกรถทุกคันต้องเจอกับอุปสรรคทางลงลาดชัน ให้เลือกไปที่ HDC – Hill Descent Control โหมดลงทางลาดชันโดยใช้ความเร็วต่ำ ไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรก ปุ่มตรงกลางของระบบ Terrain Management System หรือ TMS (อยู่บริเวณตำแหน่งคันเกียร์) ปุ่มควบคุมที่ได้รับการออกแบบมาพร้อมกับโหมดตั้งค่าการขับขี่พิเศษ 4 แบบ 1. แบบพื้นผิวทั่วไป 2. พื้นหิมะ/โคลน/หญ้า 3. พื้นทราย และ 4. พื้นหินขรุขระ โดยแต่ละโหมดจะปรับเปลี่ยนการตั้งค่า อัตราเร่ง ระบบส่งกำลัง ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ และระบบควบคุมการเกาะถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่มั่นใจในทุกสถานการณ์ ในกรณีที่ต้องเผชิญกับเส้นทางออฟโรดสุดหฤโหด ผู้ขับขี่ก็สามารถเลือกปรับโหมดขับเคลื่อนสี่ล้อที่อัตราทดรอบต่ำ เพื่อการควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ไม้แรกเป็นหน้าที่ของผู้สื่อข่าวรายการทีวี ช่วงนี้ทีมงาน ispeedegazine จึงมีเวลาสำรวจภายในห้องโดยสารในรุ่น 3.2 และ 2.2 เบื้องต้นมีความเห็นว่าการออกแบบภายในห้องโดยสารของรุ่น 3.2 ตัวท็อปดูจะประณีตผสานความไฮเทคไว้ได้อย่างลงตัว โดยรวมแล้วรู้สึกเหมือนได้นั่ง suv ค่าตัวหลัก 2-3 ล้าน เบาะนั่งหนานุ่มสบาย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน มูนรูฟเปิดกว้างกำลังงามใช้งานง่าย มีปลั๊กเสียบชาร์จไฟแบบไฟบ้านติดตั้งมาที่บริเวณด้านหลังที่พักแขน ทัศนวิสัยรอบคันชัดเจนแจ่มแจ้ง ติดอยู่อย่างเดียวคือเรื่องเบาะนั่งสีเบจ ที่ค่อนข้างดูแลรักษายาก นอกจากนั้นฟินเว่อร์ค่ะ

จากนั้นก็ถึงคิวชาวเราทดสอบระบบ TMS ในช่วงต้นเพียงแค่กดปุ่ม diff-lock ล็อกเฟืองท้ายเพิ่มกำลังปั่นตะกรุยก็สามารถข้ามผ่านอุปสรรคจำพวกแอ่งน้ำขัง ดินเลนลื่น เนินลาดชันได้สบายๆ ต่อจากนั้นก็เพิ่มความแอดวานซ์ไปอีกขั้นด้วยการปรับไปที่โหมด HDC ล็อกความเร็วขณะลงทางลาดชัน โดยไม่ต้องแตะเบรก ระบบจะช่วยดึงความเร็วให้อยู่ในระดับที่มั่นใจ ปลอดภัยถูกใจสาวๆ จากนั้นก็พบกับอุปสรรคน้ำขังลึกระดับครึ่งล้อ ต่อด้วยการไต่ขึ้นเนินสูง ช่วงนี้ต้องปรับโหมดไปที่ พื้นผิวทั่วไป ใส่ 4Low ไต่ขึ้นเนินสูงได้สบายใจไร้กังวล หรือจะลองโหมดพื้นโคลน ก็ย่อมได้..แล้วแต่ความอยากรู้อยากลองของแต่ละบุคคล

เมื่อผ่านพ้นช่วงทดสอบพิเศษออฟโรดแล้ว ก็ถึงเวลามุ่งหน้ากลับที่พักโรงแรม เลอเมอริเดียน เพื่อชมสาธิตระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และตัวถังแบบ Body-on-frame ปิดท้ายกันด้วยช่วงถามตอบ และเก็บข้าวของเตรียมกลับกรุงเทพฯ ในช่วงก่อนจะเข้าที่พักนี้เป็นช่วงออนโรดแบบยาว ๆ ราว 60 กม. ว่ากันถึงเรื่องพละกำลังเครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบรุ่นล่าสุด ให้กำลังสูงสุด200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร ขอบอกว่ากดแต่ละทีหลังงี้ติดเบาะ..ให้กำลังดี กระฉับกระเฉงทันใจ ส่วนระบบอื่น ๆ จำพวก ระบบสั่งงานด้วยเสียงซิงค์ 2 ได้ลองชั่วประเดี๋ยว รู้สึกว่าสำเนียงเพี้ยน ๆ ระบบก็ยังฟังออก ใช้งานส่งการได้ง่ายขึ้นกว่าตอนอยู่ในฟอร์ดโฟกัสเยอะ ส่วนระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบตรวจจับรถขณะออกจากช่องจอด เบาะนั่งแถวที่ 3 แบบพับเรียบด้วยระบบไฟฟ้า และประตูท้ายรถเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า และรายละเอียดอื่น ๆ หากมีโอกาสได้ควงพี่บิ๊กคันนี้แบบเดี่ยว ๆ จะเอามาเหลาให้รับชมกันอีกครั้งนะคะ  

อ้อ..ก่อนจะจบการทดลองขับในครั้งนี้ ขอสรุปง่าย ๆ ว่า รถเอนกประสงค์ค่าตัวล้านสองถึงล้านหก ให้ฟีจเจอร์ต่างๆ และเทคโนโลยีล้ำสมัยมามากมาย จะหาได้จากไหนรถแบรนด์ไหนในกลุ่มเดียวกัน ตอนนี้ยังไม่พบ ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่ นับเป็นรถเอนกประสงค์ที่ครบรส หาข้อด้อยได้ยากมาก..การจะปั้นรถสมรรถนะดี ๆ สักคันแบบให้ขายดิบขายดี ทำได้ไม่ยาก ฟอร์ด ประเทศไทย คงรู้ดี..แค่กระทุ้งและกระตุ้นเสริมภาพลักษณ์ สร้างความเชื่อมั่นด้านบริการหลังการขาย ให้มัดใจคนไทยได้มากยิ่งขึ้น บอกได้เลย..เรื่องโปรดักซ์ตัวนี้ "ฟอร์ด เอเวอร์เรส ใหม่" ขอยกนิ้วให้..คุณคือ Best in Class ตัวจริง

 

Ford Everest drive 032 1438093202351 4

Ford Everest on location 021 1438101499046 2

Ford Everest on location 010 1438093213799 2

***ขอขอบคุณ*** 

ฟอร์ด ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อและอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง