คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

A Mazda Cover 8 CMYK

มาสด้า บีที-50 โปร เป็นรถปิกอัพที่มีบุคลิกภาพของรถยนต์นั่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ที่ทนทาน แข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของรถปิกอัพ มาสด้าได้นำเอานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ รวมทั้งการออกแบบที่โดดเด่น และการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานของรถขึ้นไปจนเทียบเท่ากับรถยนต์นั่งระดับสูงอย่าง CD Car ตลอดระยะเวลาของการทำงานมาสด้ายึดมั่นในแนวคิด ซูม-ซูม แบบยั่งยืนของมาสด้า (Mazda’s Sustainable Zoom-Zoom) เพื่อให้แน่ใจถึงสมรรถนะที่ดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้สมรรถนะด้านความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของตัวถัง เครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง รวมถึงการแบ่งระดับของรุ่นต่างๆ ที่มีให้เลือกหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด


กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ คือกลุ่มคนที่มีความกระฉับกระเฉง เป็นผู้นำครอบครัว กล้าแสดงออก มีหลากหลายบทบาทในชีวิต กล้าลองอะไรใหม่ๆ คิดการณ์ไกล และไม่ชอบตามใคร สำหรับพวกเขา รถกระบะตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้เพราะสามารถพาไปในที่ต่างๆ ลุยได้ทุกสถานการณ์โดยไม่ต้องห่วงว่ารถจะเกิดความเสียหายและตอบโจทย์การใช้ชีวิตลุยๆ แบบลูกผู้ชาย พวกเขามองว่ารถที่ใช้บ่งบอกและสะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเอง ให้ความสำคัญต่อการดีไซน์ รูปลักษณ์ที่โดดเด่น และคุณภาพของรถที่ให้ความไว้วางใจได้ หลงใหลในสมรรถนะการขับขี่แบบ ซูม-ซูม ที่แท้จริง โดยไม่ยอมประณีประนอมถึงแม้จะเป็นรถกระบะ หรือพูดได้สั้นว่า พวกเขาต้องการรถกระบะที่แตกต่าง และเหนือกว่ารถกระบะที่มีอยู่ในตลาด


การออกแบบ
ด้วยแนวความคิดที่ต้องการสร้างความแตกต่างไม่ต้องการอยู่ในกรอบและข้อจำกัดเดิมๆ ของรถปิกอัพ เราออก แบบมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ที่ให้ทั้งความเอนกประสงค์แบบรถกระบะ รูปลักษณ์การออกแบบ และความสะดวกสบาย วัสดุคุณภาพชั้นสูงเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อตอบสนองการใช้งานทั้งในการทำงานและการพักผ่อนใช้เวลาส่วนตัวกับสมาชิกในครอบครัว นั่นคือแก่นแท้ของการพัฒนามาสด้า บีที-50 โปร ใหม่
มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ฉีกทุกการออกแบบรถกระบะด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทีมนักออกแบบของมาสด้ามีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างให้รถมาสด้า บีที-50 โปรใหม่นี้ มีบุคลิกภาพที่ดูแข็งแกร่งดุดันมากขึ้น และคงไว้ซึ่งความทรงพลังของรถยนต์มาสด้าเจนเนอเรชั่นที่ 6 ภายใต้มิติรถที่มีขนาดใหญ่กว่าปิกอัพทั่วไปในตลาด สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ใช้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


ด้านหน้ารถออกแบบให้ดูมั่นคงแข็งแกร่งเปี่ยมไปด้วยมัดกล้าม ความแข็งแกร่งนี้ถูกสะท้อนผ่านกระจังหน้าและไฟหน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ดูมั่นคงแข็งแรงไฟหน้าที่ให้ความรู้สึกแกร่งและมั่นคงในแบบรถปิกอัพ โดยยึดแนวการออกแบบตามแบบฉบับรถในตระกูลมาสด้า โดยเฉพาะกระจังหน้า Signature Wing อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า

 

การออกแบบด้านข้าง มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ สะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวแบบพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยการออกแบบตอนหน้าให้กดต่ำลง และเพิ่มความสปอร์ตผ่านทางล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่และสีใหม่เทาดำกันเมทัลทั้งในขนาด 16 และ 17 นิ้ว ที่ให้ภาพลักษณ์ดุดันในสไตล์สปอร์ต
การออกแบบด้านหลัง ไฟท้ายดีไซน์ใหม่บ่งบอกความแข็งแกร่งบึกบึนในแบบรถปิกอัพมากยิ่งขึ้นด้วยการเปลี่ยนสีไฟท้ายดีไซน์ใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ของรถมาสด้า  ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 และ 17 นิ้ว ออกแบบให้รับกับเส้นสายของตัวถังได้อย่างลงตัว สีภายนอกมีให้เลือกถึง 7 สี โดยมีสีใหม่ให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash), สีขาวมุก สโนว์เฟลค (Snowflake White Pearl), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue), สีแดง ทรู เรด (True Red), สีเงิน อลูมินั่ม เมทัลลิค (Aluminum Metallic) และ 2 สีเดิมจากรุ่นก่อน สีขาว คูลไวท์ (Cool White) และสีดำ แบล็ค ไมก้า (Black Mica) ที่ช่วยแสดงออกถึงความสปอร์ตและความพรีเมียมเหนือรถในระดับเดียวกัน


ภายในเน้นความรู้สึกสปอร์ตและการออกแบบเหมือนกับรถยนต์นั่ง พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียดเพื่อสร้างความพึงพอใจกับคุณภาพระดับสูง การออกแบบเลย์เอาต์คอนโซลหน้าด้วยรูปทรงที่ไม่สมมาตรโดยเป็นมุมเปิดกว้างสำหรับส่วนของผู้โดยสารด้านหน้า และเป็นมุมแคบแบบโอบกระชับล้อมรอบในส่วนของผู้ขับขี่ จึงทำให้ห้องโดยสารด้านหน้ากว้างขวางและมีพื้นที่ใช้สอยที่สะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง ในขณะที่ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการขับขี่บนเบาะนั่งที่โอบกระชับแบบสปอร์ต การวางเลย์เอาท์ในส่วนผู้ขับขี่ที่โอบล้อมให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง (Wraparound driving environment) ช่วยอำนวยความสะดวกในการขับขี่ได้สูงสุด ภายในเลือกใช้โทนสีดำเป็นสีหลัก ตัดกันด้วยชิ้นงานตกแต่งสีเทาดำกันเมทัล ประกอบไปด้วย ชิ้นงานตรงแผงประตู คอนโซลกลาง หัวเกียร์ ปุ่มกดที่เบรกมือ มือจับประตูด้านใน มาตรวัดความเร็ว เข็มบอกความเร็ว โดยทำจากหลากหลายชนิดของวัสดุ และเลือกใช้โทนสีเทาดำกันเมทัลที่แตกต่างกันตามความเหมาะสมโดยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของชิ้นงานนั้นๆ ชิ้นงานที่ผู้ใช้จะต้องสัมผัสจะเลือกใช้วัสดุที่ทำจากโครเมี่ยมที่ให้ผิวสัมผัสที่ปราณีต และดูหรูหราไม่แยงสายตา เบาะนั่งเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงมีให้เลือกถึง 3 แบบ ประกอบด้วยเบาะผ้าลายใหม่ 2 แบบทั้งแบบมาตรฐานและแบบสปอร์ตขึ้นอยู่กับระดับของรุ่นรถ และเบาะหนังสำหรับรุ่นระดับบน


สีภายนอก
สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash Mica)
สีขาวมุก สโนว์เฟลค (Snowflake White Pearl)
สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue)
สีแดง ทรู เรด (True Red)
สีเงิน อลูมินั่ม เมทัลลิค (Aluminum Metallic)
สีขาว คูลไวท์ (Cool White)
สีดำ แบล็ค ไมก้า (Black Mica)

L Mazda PressAd Ver 15 CMYK HP

B Mazda Image 9 CMYK


สมรรถนะการขับขี่
มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ คือรถปิกอัพที่ตอบสนองการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ด้วยกำลังและการขับขี่แบบเดียวกับรถตรวจการอเนกประสงค์หรือรถ SUV ที่สามารถตอบสนองการขับขี่และการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งในการทำงาน และไปกับสมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อไปทำงานอดิเรกได้ตามความต้องการ และเหนือสิ่งอื่นใด คือ ความสะดวกสบายที่มีแบบรถยนต์นั่ง คุณค่าของรถมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ มีอยู่ 3 ประการ คือ การขับขี่เป็นเลิศ รูปลักษณ์ที่มีสไตล์ และความสะดวกสบายเช่นเดียวกับรถยนต์นั่ง


สมรรถนะแบบ ซูม-ซูม คือสิ่งที่ทำให้มาสด้าแตกต่างจากผู้ผลิตรถอื่นๆ รถมาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยีทางวิศวกรรมที่สามารถตอบสนองการขับขี่แบบ ซูม-ซูม ได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามไม่เพียงเท่านั้น เราสร้างรถมาสด้า บีที-50 โปร ด้วยคุณภาพและความมั่นใจ ให้ความเพลิดเพลินในการขับขี่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน


เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ ประกอบด้วย เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร และ Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อทุกรุ่นมีฟังค์ชั่นสวิทช์ Shift on-the-fly ควบคุมด้วยไฟฟ้า ช่วยเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนระหว่างการขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ในระหว่างขับขี่ได้โดยไม่ต้องหยุดรถ อีกทั้งระบบเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป (Limited Slip Differential) ในรุ่น 2.2 Hi-Racer ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรด ป้องกันล้อหมุนฟรี สำหรับรุ่น 3.2 ลิตร 4x4 มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Dynamic Stablility Control: DSC) ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทาง


ในสถานการณ์ออฟโรด มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ก็มาพร้อมสมรรถนะในการลุยน้ำได้สูงถึงระดับ 80 เซนติเมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง Hi-Racer และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ และระดับ 60 เซนติเมตร ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ โดยที่เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังของรถยังทำงานได้ตามปกติ เพราะวางตำแหน่งของอัลเทอเนเตอร์ (Alternator) ไว้ในตำแหน่งที่สูงกว่ารถปิกอัพทั่วไป


เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ Di-THUNDER PRO
เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น 4 สูบ 16 วาล์ว มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ระดับกำลังกำลังสูง และระดับปานกลาง ซึ่งเครื่องยนต์ระดับกำลังสูง ให้กำลังสูงสุดถึง 150 แรงม้า (110kw) ที่ 3,700 รอบ แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ ให้กำลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ที่มีอยู่ในตลาด


เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร ครั้งแรกของมาสด้ากับเครื่องยนต์ 5 สูบ ที่ให้ความจุกระบอกสูบขนาดใหญ่แต่มีขนาดกระทัดรัด ให้ประสิทธิภาพสูง และให้สมรรถนะที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะในท้องตลาด ด้วยกำลังถึง 200 แรงม้า (147kw) ที่ 3,000 รอบ และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ อีกทั้งยังให้การประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมและสมรรถนะด้าน NVH ที่ช่วยให้การขับขี่ในห้องโดยสารที่เงียบ
ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 และ 3.2 ลิตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผัน Variable-nozzle turbocharger สำหรับเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร และ 2.2 ลิตรระดับกำลังสูง โดยสำหรับเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรระดับกำลังปานกลางจะมาพร้อมกับเทอร์โบแบบ Fixed-geometry turbocharger อินเตอร์คูลเลอร์ขนาดใหญ่ถูกนำมาใช้กับเทอร์โบในทุกๆ รุ่น รวมทั้งระบบการหมุนเวียนไอเสียไหลกลับที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยลดอุณหภูมิการเผาไหม้และปริมาณการปล่อย NOX

เครื่องยนต์ดีเซล Di-THUNDER PRO 2.2 ลิตรระดับกำลังสูง และ Di-THUNDER PRO 3.2 ลิตร มาพร้อมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด หรือเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด


ระบบส่งกำลัง
เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาพร้อมสัญญาณเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ Upshift Indicator แสดงที่มาตรวัดรอบความเร็วเครื่องยนต์ ช่วยให้หลีกเลี่ยงการลากรอบเครื่องยนต์โดยไม่จำเป็นจึงช่วยให้ประหยัดน้ำมัน


เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุดในการควบคุมเกียร์ที่ใช้ในรถยนต์นั่งมาสด้า ประกอบด้วย Active Adaptive Shift Control (AAS) และ Sequential Shift Control (SSC) โดย AAS จะช่วยควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ให้สอดคล้องกับการขับขี่ของผู้ขับขี่ โดยระบบจะเรียนรู้จากพฤติกรรมการขับขี่ในแต่ละสถานการณ์การขับขี่ ในส่วนของ SSC ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับขี่ทั้งโหมดธรรมดา โหมดเพอร์ฟอร์มานซ์ และโหมดแมนนวลซึ่งผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา


การบังคับควบคุม
มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ถูกออกแบบและพัฒนาให้ได้การขับขี่ที่นุ่มสบายเช่นรถยนต์นั่งและควบคุมได้ดังเช่นรถตรวจการอเนกประสงค์หรือรถ SUV ระบบช่วงล่างด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่ (Double-wishbone) และคอยด์สปริง ด้านหลังแบบคานแข็งและชุดแหนบ (Leaf-Spring) ที่ให้ความนุ่มสบายในการขับขี่ทั้งเมื่อบรรทุกและไม่บรรทุก อีกทั้งมีคุณสมบัติความแข็งแกร่งที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ระบบบังคับเลี้ยวแรคแอนพีเนียน (Rack-and-pinion Steering) ถูกนำใช้ใหม่เช่นเดียวกับในรถยนต์นั่ง ใช้การยึดด้วยโครงสร้างแบบ Rigid Mounting ที่ให้ความรู้สึกตอบสนองได้ดี อัตราทดพวงมาลัยที่รวดเร็วมากขึ้นและองศาการเลี้ยวที่เพิ่มมากขึ้นช่วยให้ความสามารถในการบังคับเลี้ยวเรียกได้ว่าดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำให้ได้มาซึ่งการควบคุมที่ตอบสนอง แม่นยำ ตามแบบฉบับ ซูม-ซูม


ความสะดวกสบายและความเอนกประสงค์
มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ เป็นได้มากกว่ารถปิกอัพทั่วไป ด้วยการสร้างรถในรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานการใช้งานที่สามารถตอบสนองทั้งในการทำงานและในช่วงเวลาพักผ่อน จึงเป็นความลงตัวระหว่างความสะดวกสบายของรถยนต์นั่งและการใช้งานอย่างเอนกประสงค์สมบุกสมบัน หรือเรียกได้ว่า มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างการใช้ชีวิตแบบครอบครัวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข


ด้วยแนวความคิดรถที่ตอบสนองการใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ Active Lifestyle Vehicle มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ที่ให้ทั้งความสะดวกสบายและความเอนกประสงค์ ด้วยความหลากหลายของฟังค์ชั่นสำหรับทุกรูปแบบของการใช้งาน ตัวถังมี 2 แบบ คือแบบ 4 ประตู (Double Cab) 5 ที่นั่ง และแบบแค็ปเปิดได้ หรือ ฟรีสไตล์แค็ป Freestyle Cab ที่ เปิดได้กว้าง 90 องศา รองรับการขนถ่ายสัมภาระในพื้นที่แค็ปที่กว้างถึง 1.4 เมตร รวมถึงช่องเก็บของอเนกประสงค์ เพื่อเก็บสิ่งของขนาดเล็กอย่างมีระเบียบ ตอบสนองความต้องการทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ตัวถังทั้ง 2 แบบ มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ จึงให้พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง สำหรับเพื่อนฝูงและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งพื้นที่ในการบรรทุกที่มากมาย การเข้า-ออกห้องโดยสารทำได้ง่ายและสะดวกด้วยประตูขนาดใหญ่และมุมองศาที่เปิดได้กว้าง


รุ่นฟรีสไตล์แค็ป หรือ รุ่นแค็ปเปิดได้ เอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้าที่สามารถเข้า-ออกได้สะดวกง่ายดายรวมถึงการจัดเก็บหรือเคลื่อนย้ายสัมภาระ รุ่นดับเบิ้ลแค็ป และรุ่นฟรีสไตล์แค็ป ขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง (2WD Hi-Racer) ติดตั้งบันไดข้างเพื่อความสะดวกและง่ายในการก้าวขึ้นและลงจากรถ
พื้นที่เหนือศรีษะในห้องโดยสารด้านหน้ามีมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกัน พื้นที่ช่วงเหนือไหล่ขึ้นไปถือว่าอยู่ในระดับเดียวกันกับรถกระบะที่ดีที่สุดในตลาด และห้องโดยสารด้านหลังของรุ่นดับเบิ้ลแค็ปมีพื้นที่เหนือศรีษะและพื้นที่ช่วงขาที่ดีที่สุดดีกว่ารถกระบะอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด เบาะนั่งออกแบบใหม่เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยล้าในการขับขี่และให้ความสบายในการเดินทาง เพิ่มพนักพิงศีรษะตอนกลางที่เบาะหลังและที่พักแขนที่เบาะนั่ง เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นของผู้โดยสาร


ระบบเครื่องเสียง มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ สามารถเล่นวิทยุ CD MP3 พร้อมช่องต่อ AUX และ USB จอแสดงฟังค์ชั่นเอนกประสงค์ Multi-Function Display ขนาด 3.5 นิ้ว แบบ Monochrome Super-Twisted Nematic (STN) หรือ แบบ Dot-Matrix  สำหรับรุ่นระดับกลางเป็นต้นไป และแบบ 2-line Display สำหรับรุ่นเริ่มต้น จอแสดงผลจัดวางอยู่ในตำแหน่งด้านบนสุดของคอนโซลกลางด้านหน้าเพื่อแสดงการสั่งการการทำงานของระบบเครื่องเสียง การควบคุมทำได้ง่ายด้วยแผงควบคุมที่มีปุ่มควบคุมแบบ Jog Pad อยู่ตรงกลางและล้อมรอบด้วยปุ่มฟังค์ชั่นการทำงานอื่นๆ ลำโพงขนาด 6 นิ้ว ประสิทธิภาพสูงติดตั้งไว้ที่แผงประตูถูกปรับแต่งให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด


พื้นที่ช่องเก็บสัมภาระที่มีมากมายตลอดทั้งห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถจัดเก็บของใช้ส่วนตัวได้มากมาย ช่องเก็บสัมภาระด้านผู้โดยสารด้านหน้าออกแบบให้มีขนาดใหญ่ ช่องวางแก้วน้ำ 2 ตำแหน่งในคอนโซลกลาง และช่องเก็บสัมภาระแบบ 2 ชั้นที่คอนโซลกลาง ที่แผงประตูหน้าสามารถวางขวดน้ำขนาด 1 ลิตรได้ สำหรับรุ่นดับเบิ้ลแค็ป 4 ประตู และรุ่นฟรีสไตล์แค็ปมีช่องเก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งด้านหลัง


พื้นที่ของกระบะบรรทุกใน มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ให้พื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุดเมื่อเทียบกับรถกระบะยี่ห้ออื่นๆ ในตลาด โครงสร้างเหล็กแบบสองชั้นให้ความทนทานสูง ภายในกระบะบรรทุก ผนังด้านข้างออกแบบให้เป็นร่องหลายชั้นเพื่อให้สะดวกสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่จะกั้นหรือแยกพื้นที่เก็บของในกระบะบรรทุกเป็นส่วนๆ นอกเหนือจากความจุในการบรรทุก ความสามารถในการลากจูงหรือ Towing Capacity ดีที่สุดสำหรับรถในระดับเดียวกัน ช่วยให้ภาระการลากเรือหรืออุปกรณ์และสัมภาระอื่นในการเดินทางทำได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว


ระบบความความปลอดภัย
มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ยังคงไว้ด้วยสมรรถนะที่ต้องการตามแบบของรถปิกอัพ แต่ให้การขับขี่และการโดยสารแบบรถยนต์นั่ง ดังนั้นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยจึงได้นำมาใช้อย่างครบครันเพื่อความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารร่วมเดินทางและเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น


นอกเหนือจากมาตรการต่างๆ เพื่อพัฒนาให้เป็นรถปิกอัพที่มีความปลอดภัยสูงสุด มาสด้า บีที-50 โปร ใหม่ ถูกติดตั้งด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเฉกเช่นเดียวกับในรถยนต์นั่งมาอย่างมากมาย สมรรถนะด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน มาสด้าให้ความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเริ่มจากทัศนวิสัยที่ดีในทุกมุมมองของการขับขี่ ประสิทธิภาพในการควบคุมการขับขี่ สมรรถนะด้านการเบรก รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ช่วยควบคุมการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบที่สำคัญๆ ได้แก่ ระบบเบรก ABS 4 ล้อ (Antilock Braking System, 4W-ABS), ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control System, TCS) และระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (Dynamic Stability Control, DSC) และเสริมเพิ่มเติมด้วยระบบการทำงานดังต่อไปนี้


 ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน Emergency Brake Assist (EBA): เมื่อมีการเบรคฉุกเฉินระบบจะช่วยเพิ่มแรงเบรกให้มากพอในการหยุดรถ
 Brake Override System (BOS):  ระบบอัตโนมัติที่จะตัดการทำงานของคันเร่งในกรณีที่แป้นเบรกและคันเร่งถูกเหยียบในเวาลาเดียวกัน
 ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉิน จะกะพริบเมื่อเกิดการเบรกฉุกเฉิน Emergency Stop Signal (ESS): เมื่อมีการเบรกในสถานะการณ์ฉุกเฉินเมื่อใช้ความเร็วสูงสัญญาณไฟฉุกเฉินจะปรากฏขึ้น
 ระบบควบคุมการทรงตัวเมื่อบรรทุก Load Adaptive Control (LAC): เมื่อมีการบรรทุกสัมภาระระบบจะทำการจับตำแหน่งและน้ำหนักของสัมภาระที่บรรทุกแล้วควบคุมการทำงานของระบบเบรก ABS 4 ล้อ (4W-ABS), ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control System, TCS) และระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ (Dynamic Stability Control, DSC) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรก การป้องกันการลื่นไถล เสถียรภาพและการทรงตัวของรถ รวมถึงการป้องกันรถพลิกคว่ำ
 ระบบช่วยการทรงตัวลากจูง (TSM): ขณะลากจูงรถ เมื่อส่วนของตัวพ่วงเริ่มที่จะส่ายออกด้านข้าง ระบบจะทำการปรับความเร็วของล้อทั้งด้านซ้ายและด้านขวาเพื่อรักษาตำแหน่งของรถลากให้เหมาะสม
 ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ Roll-Over Mitigation (ROM): ระบบทำงานเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมของรถและควบคุมแรงเบรกในแต่ละล้อเพื่อป้องกันรถพลิกคว่ำ
 ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Launch Assist (HLA): เมื่อรถต้องออกตัวจากการหยุดนิ่งบนทางที่ลาดชัน เมื่อผู้ขับขี่ถอนเท้าจากแป้นเบรคเพื่อไปเหยียบคันเร่งระบบจะทำการหยุดรถเป็นเวลา 2 วินาที เพื่อให้ผู้ขับขี่มิต้องกังวลต่อรถที่จะไถลเนื่องจากถนนที่ลาดชัน
 ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน Hill Descent Control (4WD only): ระบบจะสั่งให้เพิ่มแรงดันเบรกเพื่อรักษาความเร็วที่ใช้อยู่ให้คงที่
ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เป็นออพชั่นในแต่ละรุ่น


เพิ่มกล้องมองหลังเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่า โดยจอภาพจะอยู่ที่กระจกมองหลังที่สามารถปรับลดแสงได้โดยอัตโนมัติ ให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้นในทุกสถานการณ์


การขับขี่ในยามค่ำคืนให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมเช่นเดียวกับในตอนกลางวันหรือแม้กระทั่งกับการขับขี่ในสภาพอากาศที่เลวร้าย โดยประสิทธิภาพที่ดีของไฟหน้าพร้อมกับฟังค์ชั่น เปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติและที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ กระจกมองหลังตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติช่วยลดแสงไฟหน้าของรถที่ตามหลังไม่ให้เข้าตารบกวนผู้ขับขี่


สมรรถนะความปลอดภัยเชิงปกป้องที่มีประสิทธิภาพด้วยความแข็งแรงและแข็งแกร่งของโครงสร้างห้องโดยสารและโครงสร้างแชสซีใช้เหล็กที่รับแรงได้สูงพิเศษ (High-tensile Steel) แบบหลายชั้น โครงสร้างเหล็กถูกออกแบบให้ดูดซับและกระจายแรงปะทะจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งโครงสร้างห้องโดยสารและแชสซีช่วยผู้โดยสารปลอดภัยจากการชนปะทะในทุกทิศทาง สมรรถนะความปลอดภัยเชิงปกป้องภายในห้องโดยสารประกอบด้วยเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 3 ตำแหน่งของรุ่นดับเบิ้ลแค็ป ถุงลมนิรภัยเป็นอุปกรณ์มาตรฐานตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น และในบางรุ่นมีถุงลมนิรภัยคู่หน้า พร้อมด้านข้างและม่านนิรภัยในรุ่นดับเบิ้ลแค็ป 3.2 R 6AT 4WD ช่วยให้เกิดการปกป้องให้คุณมั่นใจในความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

{