คลิปวีดิโอ เทสต์ไดร์ฟ สัมภาษณ์ ข่าวสังคม เปิดตัวรถใหม่

icontexto inside facebookicontexto inside twittericontexto inside youtubemobile phone:087 515 7524

iSpeedeGazine Head Web

Akira Marumoto picture 1538475254268 1

ฮิโรชิมา, ประเทศญี่ปุ่น – วันที่ 2 ตุลาคม 2561 – มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกาศยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และการเชื่อมโยงการสื่อสารภายในยานยนต์ที่กำลังจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานปรัชญาการพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความสุข ความสนุกสนาน และความเร้าใจในการขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่รวมทั้งผู้โดยสารเกิดความรู้สึกสงบสุขด้านจิตใจ ผ่านทางอารมณ์และความรู้สึกที่เพิ่มขึ้น เป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ในทุกๆ วันของการขับขี่ พร้อมนำเสนอเรื่องราวเพื่อเพิ่มความสนุกผ่านการเป็นเจ้าของรถยนต์ ยุทธศาสตร์นี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานและวิสัยทัศน์ระยะยาวของมาสด้าในการพัฒนาเทคโนโลยี “การพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ซูม-ซูม 2573” โดยกำหนดเป็นพันธกิจสำคัญของบริษัทฯ เพื่อปกป้องรักษาความสวยงามของโลกใบนี้ให้คงอยู่ รวมทั้งยกระดับสังคมและคุณภาพชีวิตของปัจเจกบุคคล และแสวงหาวิธีแก้ไขปัญหาในพื้นที่แหล่งที่ผู้คนอาศัยอยู่ในสังคม และโลกของเรา
แผนงานของเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและการเชื่อมโยงด้านยานยนต์ด้านล่างนี้จะเพิ่มคุณสมบัติตามธรรมชาติของรถยนต์มากขึ้น


 เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า Electrification

มาสด้าตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ โดยจัดการเรื่องขนาดของรถยนต์ เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าให้มีน้ำหนักเบา ในขณะเดียวกันได้เร่งพัฒนาปรับปรุงเครื่องยนต์สันดาปภายในให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมสำหรับรถยนต์ส่วนใหญ่ที่เป็นโมเดลใหม่ในอนาคตข้างหน้า บริษัทฯ จะทำการแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสม โดยมีอัตราการผลิตพลังงานไฟฟ้าในสัดส่วนที่สูงจากแหล่งพลังงานที่สะอาด หรือจำกัดประเภทของรถยนต์เพื่อลดการปล่อยมลพิษสู่บรรยากาศ

• ด้วยความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ “well-to-wheel” ในระดับค่าเฉลี่ยขององค์กร ให้ได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี พ.ศ. 2593 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2553 มาสด้ากำลังจะนำเอาเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ มาใช้เพื่อผลิตรถยนต์ทุกรุ่นภายในปี พ.ศ. 2573

• ในปี พ.ศ. 2573 มาสด้าคาดว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 95 เปอร์เซ็นต์ ของยานพาหนะที่ถูกผลิตขึ้นและยานยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) จะมีประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์

• การพัฒนายานยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในบริษัทฯ ด้วยการยกระดับข้อดีต่างๆ ของระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และได้รับการแนะนำด้วยปรัชญาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า ด้วยการพัฒนาอันมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางโดยเน้นในเรื่องของพฤติกรรมและความรู้สึก

• มาสด้าจะพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ 2 รูปแบบ โดยแบบแรกจะเป็นการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว และแบบที่สองจะเป็นในรูปแบบของแบตเตอรี่ทำงานควบคู่ไปกับเทคโนโลยีช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ (Range Extender) ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยแหล่งกำเนิดพลังงานมาจากเครื่องยนต์โรตารีของมาสด้าที่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และเงียบเป็นพิเศษ ระบบช่วยเพิ่มระยะทาง (Range Extender) ด้วยการเติมประจุไฟเข้าแบตเตอรี่อีกครั้งเมื่อมีความจำเป็นเพื่อที่จะเพิ่มระยะทางในการขับขี่ของรถยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ

• แนวคิดเบื้องหลังของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ (Range Extender) นำเอาคุณสมบัติข้อดีของเครื่องยนต์โรตารีที่มีขนาดเล็กแต่ให้พละกำลังแรง เพื่อนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายและเป็นไปได้สำหรับเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ภายใต้ข้อได้เปรียบในเรื่องการออกแบบและการวางตำแหน่งของเครื่องยนต์

• การใช้ประโยชน์จากการนำมาใช้ทดแทนกันของเครื่องยนต์โรตารีและเชื้อเพลิงในรูปแบบแก๊ส เครื่องยนต์พลังงานโรตารีถูกออกแบบให้สามารถเผาไหม้ด้วยแก๊สปิโตรเลียมเหลว และสำรองแหล่งพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

 

 เทคโนโลยีการเชื่อมโยงการสื่อสาร Connectivity

• เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการพัฒนาอันมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มาสด้ากำลังพัฒนาเทคโนโลยีการเชื่อมโยงการสื่อสารที่เสนอการยกระดับทางด้านประสบการณ์ในเรื่องความสนุกสนานในการดำเนินชีวิต การเชื่อมต่อผู้คนโดยการแบ่งปันประสบการณ์และความรู้สึกผ่านทางรถยนต์ ด้วยการนำเสนอคุณค่าใหม่ควบคู่ไปกับความสนุกสนานในการขับขี่ มาสด้ามีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและยกระดับคุณภาพทางสังคม

• มาสด้าตั้งปณิธานเพื่อรับผิดชอบต่อปัญหาของสังคม อาทิ ความอ่อนแอเรื่องการสื่อสารระหว่างบุคคลที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน โดยการเชื่อมโยงผู้คนและสังคมผ่านทางการเชื่อมโลกของการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีในรถยนต์

• การเชื่อมโยงด้วยการพัฒนาจากโมเดลพื้นฐาน และสะท้อนออกมาเป็นผลลัพธ์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอนาคต โดยการปรับปรุงคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า

• ยกระดับพันธมิตรกับ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ในการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีความเชื่อมโยงการสื่อสารในรถยนต์

“มีคนกล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในรอบศตวรรษ แต่สำหรับมาสด้าพวกเรามองเห็นว่าสิ่งนี้กลับเป็นโอกาสที่สำคัญเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมรถยนต์รูปแบบใหม่ขึ้นมา” มร. อาคิระ มารุโมโต คณะกรรมการ, ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าว “แนวทางใหม่และเทคโนโลยีใหม่ในการเชื่อมต่อ ความเป็นอิสระ การแบ่งปัน และการนำเสนอทางเลือกใหม่ของการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าเพื่อที่จะสร้างสรรค์รถยนต์ให้เกิดความน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่บนพื้นฐานของปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ในการพัฒนาโดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มาสด้าตั้งมั่นกับจิตวิญญาณของคำว่า “ไม่เคยหยุดที่จะท้าทาย” ต่อเนื่องจากการไล่ล่าความสนุกในทุกการขับขี่ และทำงานเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้า และสามารถแข่งขันได้กับหลากหลายแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้

Akira Marumoto picture 1538475254268 1

 

Mazda Announces Electrification and Connectivity Strategies for Cars That Invigorate Mind and Body

Continues taking a human-centered approach to the joy of driving; contributing to the earth, society and people

HIROSHIMA, Japan – October 2, 2018 – Mazda Motor Corporation today announced electrification and connectivity strategies that build on the company’s human-centered development philosophy, aiming to further advance the joy of driving, provide both drivers and passengers with peace of mind through an enhanced sense of connection with the car in everyday driving situations, and offer an emotionally enriching joy of life through car ownership. The strategies are based on Mazda’s long-term vision for technology development, “Sustainable Zoom-Zoom 2030,” which makes it the company’s mission to preserve the beauty of the earth and enrich society and individual lives and seek solutions in the areas of people, society and the earth.
The electrification and connectivity technologies outlined below will further enhance the inherent value of the automobile.


■ Electrification Technologies

Mazda will strive to reduce carbon dioxide emissions and enhance the joy of driving by deploying compact, lightweight electrification technologies while further refining the internal combustion engine, which is forecast to be equipped in the majority of new cars for many years to come. The company will introduce electric vehicles as the optimal solution in regions that generate a high ratio of electricity from clean energy sources or restrict certain vehicle types to reduce air pollution.

 With a view to achieving a 90-percent reduction versus 2010 levels in its corporate average “well-to-wheel” carbon dioxide emissions by 2050, Mazda will deploy some form of electrification in all production vehicles by 2030.

 By 2030, Mazda expects that internal combustion engines combined with some form of electrification will account for 95 percent of the vehicles it produces and battery electric vehicles will account for 5 percent.

 In-house development of electric vehicles will leverage the advantages of electric drive systems and be guided by Mazda’s unique human-centered development philosophy that focuses on human traits and sensibilities.

 Mazda will develop two battery electric vehicles, one powered solely by battery and another that pairs a battery with a newly developed range extender powered by Mazda’s small, lightweight and exceptionally quiet rotary engine. The range extender will recharge the battery when necessary to effectively increase the vehicle’s driving range.

 The concept behind the rotary-powered range extender was to leverage the rotary engine’s small size and high power output to make multiple electrification technology solutions possible via a shared packaging layout.

 Taking advantage of the rotary engine’s compatibility with gaseous fuels, the rotary-powered range extender is designed to also burn liquefied petroleum gas and provide a source of electricity in emergencies.


■ Connectivity Technologies

In line with its human-centered development philosophy, Mazda will develop connectivity technologies that offer an enriching experience of the joy of life, connecting people by facilitating the sharing of experiences and feelings through cars. By offering this new value together with the joy of driving, Mazda aims to inspire people and enrich society.

 Contribute to the resolution of social issues, such as the weakening of interpersonal connections that has accompanied changes in society, by connecting people and society through connectivity technologies.

 Link connectivity with model-based development and reflect the results in future product development, improving quality and customer satisfaction.

 Leverage the alliance with Toyota Motor Corporation in the development of connectivity technologies.

“They say that the automotive industry is undergoing a once-in-a-century transformation. At Mazda, we see this as an opportunity to create a new car culture,” said Akira Marumoto, Mazda’s Representative Director, President and CEO. “New trends and technologies in connectivity, autonomy, sharing and electrification offer new possibilities for creating ever more attractive cars. Using new technologies based on our unique human-centered development philosophy, Mazda will, in the spirit of ‘Never Stop Challenging,’ continue to pursue the joy of driving and work to create an emotional connection with customers that rivals the strongest brands in the world.”

Login auther